News
กรมเจรจาฯ แจ้งข่าวดี RCEP บังคับใช้ 1 ม.ค. 65 แน่นอน
CPTPP vs RCEP เมื่อจีนสนใจเข้าเป็นสมาชิก

ครม.ไฟเขียวขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภายใต้ AFTA ถึง 31 ส.ค.นี้
18 มิ.ย. 2569 | 14:57น.
รัฐบาลเห็นชอบขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้ AFTA ปี‘69 ถึง 31 ส.ค. บรรเทาขาดแคลนวัตถุดิบอาหารสัตว์ ควบคู่ดูแลเกษตรกร
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบการขยายระยะเวลานำเข้าสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ AFTA ปี 2569 สำหรับผู้นำเข้าทั่วไป จากเดิมระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์-30 มิถุนายน 2569 เป็นระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์-31 สิงหาคม 2569 ตามมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หรือ นบขพ. เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์ในประเทศ
รองโฆษกกล่าวว่า เดิมคณะรัฐมนตรีเคยเห็นชอบให้กำหนดช่วงเวลานำเข้าถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อป้องกันผลกระทบต่อราคาผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ซึ่งปกติจะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงของฤดูกาลผลิตปี 2569 พบว่าผลผลิตจำนวนมากจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม ประมาณ 4.04 ล้านตัน หรือร้อยละ 90.19 ของผลผลิตทั้งประเทศ จึงมีความจำเป็นต้องปรับระยะเวลาให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง
น.ส.ลลิดากล่าวว่า ประเทศไทยมีผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ประมาณ 5 ล้านตันต่อปี แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ จึงต้องนำเข้าภายใต้ AFTA เฉลี่ยประมาณ 1.57 ล้านตันต่อปี ขณะที่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2569 มีการนำเข้าเพียง 0.42 ล้านตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 0.83 ล้านตัน หรือลดลงร้อยละ 49 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ต้องไม่มีการเผาในกระบวนการผลิต เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569
รองโฆษกระบุว่า การขยายเวลานำเข้าถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 จะช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบอาหารสัตว์ ลดแรงกดดันด้านราคาวัตถุดิบ ลดผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์และต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งช่วยรักษาเสถียรภาพภาคปศุสัตว์และความมั่นคงทางอาหารของประเทศ
น.ส.ลลิดากล่าวทิ้งท้ายว่า หลังคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้ว กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จะดำเนินการออกกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยรัฐบาลจะดูแลให้การนำเข้าเป็นไปอย่างสมดุล ระหว่างการรักษาเสถียรภาพวัตถุดิบอาหารสัตว์กับการคุ้มครองรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศอย่างเหมาะสม
อ่านต่อ….

‘สุกร’ ขยับขึ้น 4 บาทต่อกิโลฯ จับตาข้าวโพด-ปลาป่นขาขึ้น กดต้นทุนปศุสัตว์
13 มิ.ย. 69 | 18:11 น.
- ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มปรับฐานขึ้น 4 บาทต่อกิโลกรัมในทุกภูมิภาค
- ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และปลาป่นมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในระยะต่อไป
- ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นสร้างแรงกดดันต่อภาคปศุสัตว์
“ฐานเศรษฐกิจ” เกาะติดสถานการณ์ภาวะสินค้าเกษตรในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (1-5 มิถุนายน 2569) พบว่า สินค้าเกษตรส่วนใหญ่ยังเคลื่อนไหวในกรอบทรงตัว โดยเฉพาะไก่เนื้อ ไข่ไก่ กากถั่วเหลือง และปลาป่น ขณะที่สุกรเป็นสินค้าดาวเด่นของสัปดาห์ หลังราคาหน้าฟาร์มปรับขึ้นทุกภูมิภาค 4 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และปลาป่นเริ่มมีสัญญาณปรับตัวสูงขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิตของภาคปศุสัตว์
สุกรเด่นสุดสัปดาห์ ราคาขึ้นทุกภูมิภาค
สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ รายงานราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม (สัปดาห์ที่ 22/2569) เมื่อวันพระที่ 31 พฤษภาคม 2569 ปรับฐานขึ้นทุกภูมิภาค 4 บาทต่อกิโลกรัม จากการซื้อขายจริงระหว่างสัปดาห์ที่ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันตก
ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มอยู่ที่ ภาคตะวันตก 58-60 บาทต่อกิโลกรัม ภาคตะวันออก 60-64 บาทต่อกิโลกรัม ภาคอีสาน 64-66 บาทต่อกิโลกรัม ภาคเหนือ 64-66 บาทต่อกิโลกรัม และภาคใต้ 64 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ลูกสุกรน้ำหนัก 16 กิโลกรัมต่อตัว ราคาอยู่ที่ 1,200 บาท
อย่างไรก็ตาม ผู้เลี้ยงสุกรยังต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนอาหารสัตว์ โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปรับขึ้นแตะ 13.20 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่อุตสาหกรรมจะหารือกันในช่วงสัปดาห์หน้า
แนวโน้มสัปดาห์หน้า คาดว่าราคาสุกรจะทรงตัว หลังปริมาณซื้อขายกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ข้าวโพด-ปลาป่นส่งสัญญาณขาขึ้น
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ณ ไซโลโรงงานอาหารสัตว์ ทรงตัวที่หาบละ 792 บาท ขณะที่ตลาดล่วงหน้าชิคาโก (CBOT) สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนกรกฎาคม 2569 ปรับลดลง 7 เซนต์ หรือ 1.62% ปิดที่ 4.2450 ดอลลาร์ต่อบุชเชล จากสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเพาะปลูกในสหรัฐฯ และราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัว
แม้ราคาตลาดโลกจะปรับลดลง แต่ตลาดในประเทศยังมีแรงหนุนจากความต้องการใช้ในภาคปศุสัตว์ ส่งผลให้คาดว่าราคาข้าวโพดในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในระยะต่อไป
ด้านปลาป่น แม้ราคาภายในประเทศยังทรงตัว โดยปลาป่นเกรดกุ้งอยู่ที่กิโลกรัมละ 61 บาท และปลาป่นเบอร์ 1 โปรตีนสูงกว่า 60% อยู่ที่กิโลกรัมละ 55.70 บาท แต่ตลาดโลกเริ่มมีสัญญาณตึงตัว หลังประเทศเปรูขยายเวลาห้ามจับปลาออกไปถึงวันที่ 11 มิถุนายน ส่งผลให้ตลาดกังวลปริมาณผลผลิตในฤดูกาลนี้ ขณะที่ราคารับซื้อปลาป่นในจีนยังปรับตัวสูงขึ้น
แนวโน้มสัปดาห์หน้า คาดว่าทั้งข้าวโพดและปลาป่นมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะปลาป่นที่ได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์อุปทานโลก
อ่านต่อ….
